โรคและแมลงศัตรู เพลี้ยต่างๆ ที่พบในฤดูร้อน

เพลี้ย ศัตรูพืชที่ระบาดหนักในช่วงฤดูร้อน ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย โดยจะมีอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่ 35 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ต้นไม้และพืชผักที่ปลูกต้องเผชิญกับโรคพืชและศัตรูพืชต่าง ๆ ที่มักเข้าทำลายพืชในสภาพแวดล้อมแบบนี้

เพลี้ย แมลงศัตรูที่ชอบเข้าทำลายพืชปลูกในฤดูนี้ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่อากาศมีอุณหภูมิสูง ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ แมลงศัตรูพืชที่มีขนาดเล็กจะชอบเข้าทำลายพืชโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงที่ส่วนเจริญใหม่ เช่น ยอดอ่อน ใบอ่อน หรืออยู่ใต้ใบพืช ตัวอย่างแมลงศัตรู ได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย ไรต่างๆ เป็นต้น

เพลี้ย เพลี้ยไฟ
การเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ
เพลี้ย เพลี้ยอ่อน
การเข้าทำลายของเพลี้ยอ่อน
เพลี้ย
การเข้าทำลายของ เพลี้ยหอย
เพลี้ยแป้ง
การเข้าทำลายของเพลี้ยแป้ง
การเข้าทำลายของไร

การป้องกันกำจัด เพลี้ย ต่างๆ

  • ให้น้ำพืชปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการพ่นน้ำเป็นละอองฝอยให้ชุ่มผิวพืชจะช่วยลดการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟและไรได้ดี
  • หมั่นสำรวจการระบาดและกำจัดมด ซึ่งจะนำเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอยมาสู่ต้นไม้ที่ปลูก
  • แมลงศัตรูที่ไม่ค่อยเคลื่อนที่ เช่น เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง ถ้ามีการระบาดรุนแรงให้ทำการตัดแต่งส่วนที่ถูกเข้าทำลายออก

การใช้สารป้องกันกำจัด เพลี้ย

  • เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย สารป้องกันกำจัดแมลงที่แนะนำ คือ ฟิโปรนิล อิมิคาคลอพริด ไทอะเมโทแซมโคลไทอะนิดิน ไดโนทีฟูแรน ไวท์ออยล์ และปิโตรเลียมออยล์ เป็นต้น
  • ไร สารป้องกันกำจัดแมลงที่แนะนำ คือ โพรพาไกต์ ไพริดาเบน สไปโรมีซิเฟนอามีทราซ กำมะถัน เป็นต้น

การควบคุม เพลี้ย โดยชีววิธี

  • เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย ชีวภัณฑ์ที่แนะนำ คือ เชื้อราบิวเวอร์เรีย บาสเซียน่า (Beauveria bassiana)
  • ไร ชีวภัณฑ์ที่แนะนำ คือ การใช้ไรตัวห้ำควบคุมไรที่เป็นศัตรูพืช

โรคพืชในฤดูร้อน สำหรับการเข้าทำลายของโรคพืชในฤดูร้อน มักมีการเข้าทำลายจากเชื้อสาเหตุโรคพืชกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

นอกจาก เพลี้ย ยังมี โรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา

มักเกิดจากการให้น้ำพืชในปริมาณมากเกินไปหรือพืชได้รับน้ำจากฝนช่วงเปลี่ยนฤดูหรือพายุฤดูร้อน ต้นพืชอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อนและความชื้นสูง ทำให้เกิดโรคกับส่วนบนของต้นพืชต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น โรคแอนแทรคโนส หรือหากดินปลูกมีการระบายน้ำไม่ดี มีน้ำขังในกระถางหรือแปลงปลูก อาจก่อให้เกิดโรคทางระบบรากต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น โรคกล้าเน่าของกล้าพืชผัก โรคโคนเน่า เป็นต้น

โรคแอนแทรคโนส จากเชื้อรา Colletotrichum spp.

โรคแอนแทรคโนสในมะม่วง จากเชื้อรา Colletotrichum spp.

-ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลงปลูก

-การป้องกันด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อรา Trichoderma asperellum หรือเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis

-การพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น แมนโคเซบ (mancozeb) โพรพิเนบ (propineb) โพรคลอราซ (prochloraz) โพรพิโคนาโซล (propiconazole) ไดฟีโนโคนาโซล (difenoconazole) อะซอกซีสโตรบิน (azoxystrobin) ไพราโคลสโตรบิน (pyraclostrobin) เป็นต้น

โรคกล้าเน่าจากเชื้อรา Pythium spp.

เพลี้ย
โรคกล้าเน่าของพริกจากเชื้อรา Pythium spp.

-เตรียมแปลงปลูกให้มีการระบายน้ำดี

-กำจัดเชื้อในแปลงเพาะกล้าโดยไถดินตากแดด รวมถึงไม่หว่านเมล็ดหรือเพาะต้นกล้าแน่นเกินไป

-ระมัดระวังการให้ปุ๋ยไนโตรเจนในระยะกล้า

-ใช้จุลินทรีย์ปฎิปักษ์คลุกเมล็ดหรือใส่ลงดิน เช่น เชื้อรา Trichoderma asperellum หรือเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis

-การพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราเมื่อพบโรคระบาด เช่น เมทาแลกซิล (metalaxyl) โพรพาโมคาร์บไฮโดรคลอไรด์ (propamocarb hydrochloride) อีไตรไดอะโซล + ควินโตซีน (etridiazole+quintozene) เป็นต้น

โรคโคนเน่าจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii

เพลี้ย
โรคโคนเน่าจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii

-ถอนทำลายต้นที่เป็นโรคออกจากแปลงปลูก โรยปูนขาวบริเวณที่พบโรคและพื้นดินใกล้เคียง

-การป้องกันด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อรา Trichoderma asperellum หรือเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis รดดินบริเวณที่พบอาการโรคก่อนปลูกพืชใหม่

-ไถกลบหน้าดินตากแดดและปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัย เช่น ข้าวโพด

-การพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น  คาร์บอกซิน (carboxin) อีไตรไดอะโซล (etridiazole) เป็นต้น

โรคพืชที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

นอกจากสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อน โรคที่เกิดจากแบคทีเรียจะมีความสัมพันธ์กับการให้น้ำหรือพายุฝน โดยการให้น้ำจนดินเปียกแฉะมีน้ำขังเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเหี่ยวเขียวในพืชตระกูลมะเขือเทศ หรือการพ่นน้ำให้พืชโดยตรงจากสายยางทำให้พืชอวบน้ำเกิดแผลช้ำฉ่ำน้ำ จนมีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคเน่าเละในพืชผัก กล้วยไม้สกุลฟาแลนน็อปซีส หรือกระบองเพชร และการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์เหนือต้นมีความเสี่ยงต่อโรคแคงเกอร์ในพืชตระกูลส้ม เนื่องจากใบพืชเปียกชื้นทำให้เชื้อแบคทีเรียออกมาจากแผลและเกิดการกระเซ็นไปยังส่วนต่าง ๆ ของต้นหรือต้นข้างเคียงได้

โรคเน่าเละ

เพลี้ย
โรคเน่าเละในกะหล่ำปลี จากเชื้อแบคทีเรีย Pectobacterium carotovorum subsp. carotovorum

-หลีกเลี่ยงการพ่นน้ำโดยตรงจากสายยางกับพืชอวบน้ำ

-เตรียมดินให้มีการระบายน้ำได้ดี

-ไถพลิกกลบดินตากแดดหลาย ๆ ครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อในดิน

-การอบดินฆ่าเชื้อด้วยการใช้ยูเรียกับปูนขาว อัตรา 80 กิโลกรัม : 800 กิโลกรัม ต่อไร่

-การป้องกันด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis

โรคเหี่ยว

เพลี้ย
โรคเหี่ยวของมะเขือเทศจากเชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum

-เตรียมดินให้มีการระบายน้ำได้ดี

-ไถกลบหน้าดินตากแดดหลาย ๆ ครั้งเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อในดิน

-การอบดินฆ่าเชื้อด้วยการใช้ยูเรียกับปูนขาว อัตรา 80 กิโลกรัม : 800 กิโลกรัม ต่อไร่

-กำจัดแมลงศัตรูพืชและไส้เดือนฝอยรากปมในแปลงปลูก ซึ่งเป็นตัวการทำให้รากพืชเกิดแผล

-ไม่ควรปลูกพืชเดิมในแปลงที่เคยมีโรคระบาดมาก ควรเลี่ยงไปปลูกพืชวงศ์อื่นสักระยะหนึ่ง พร้อมกับไถกลบหน้าดินตากแดดบ่อย ๆ ในช่วงที่ว่างเว้นจากการปลูกพืช

-การป้องกันด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis

โรคแคงเกอร์ของพืชตระกูลส้ม

โรคแคงเกอร์ของมะนาวจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas citri subsp. citri

-หลีกเลี่ยงการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์เหนือต้น

-ใช้ส่วนขยายพันธุ์หรือกิ่งพันธุ์ที่ไม่มีโรคมาปลูก โดยเฉพาะในแหล่งปลูกใหม่

-ทำการตัดแต่งกิ่งและส่วนที่เป็นโรคที่ใบ กิ่ง และลำต้น ทิ้ง และทำให้บังคับการแตกใบอ่อนออกเป็นรุ่นเดียวกัน เพื่อให้การฉีดสารป้องกันกำจัดโรคมีประสิทธิภาพ

-ปลูกพืชเป็นแนวกันลมรอบสวน เพื่อลดการเกิดแผลซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าทำลาย

-ควบคุมแมลงศัตรูโดยเฉพาะหนอนชอนใบ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดบาดแผลในช่วงใบอ่อน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ

-การใช้สารป้องกันกำจัดโรค เช่น ฉีดพ่นคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ (copper oxychloride) คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ (copper hydroxide) หรือบอร์โดมิกซ์เจอร์ (bordeaux mixture) ในช่วงแตกใบอ่อน 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดโรค

-การป้องกันด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis

โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส

อาจมีโอกาสเกิดขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาดของแมลงพาหะโรคไวรัสต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสได้ดี ตัวอย่างเช่น โรคใบด่างเหลืองของถั่วฝักยาวที่มีเพลี้ยอ่อนเป็นแมลงพาหะ เป็นต้น

เพลี้ย
โรคใบด่างเหลืองของถั่วฝักยาว จากเชื้อไวรัส Cowpea aphid-borne mosaic virus (CABMV)

การป้องกันกำจัด

-เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาดปราศจากโรค

-ถอนต้นเป็นโรคทิ้งเพื่อลดแหล่งของเชื้อตั้งต้นและควบคุมการแพร่ระบาดของเพลี้ยอ่อนตามคำแนะนำข้างต้น

เรื่องและภาพ ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ เลิศสุชาตวนิช ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

อ้างอิง

อุดมศักดิ์ เลิศสุชาตวนิช. รู้ทันโรคพืช คู่มือดูแลสุขภาพต้นไม้ด้วยตัวเอง. กรุงเทพฯ: บ้านและสวน อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง, 2563.

Rajender Singh and Deepankar. Modeling for anthracnose development in mango in relationto weather parameters. Australia: Australasian Plant Pathology, 2020.

การใช้ไรตัวห้ำควบคุมเพลี้ยไฟและไรศัตรูพืช. (สืบค้น 19 เมษายน 2564) 

รู้จัก เพลี้ย โรคพืชต่างๆ พร้อมวิธีป้องกันได้จากหนังสือ รู้ทันโรคพืช

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่นี่

 

วิธีแยกเพศมะละกอ และช่วงเวลาเก็บผลที่ทานอร่อย

มาสวมบท “หมอพืช” ตรวจสุขภาพผักและทำความรู้จัก“โรคพืช”