เกษตรสุข ณ. ทุ่งเขาเขียว พื้นที่ความสุขในหลุมหลบภัย

เมื่อความวุ่นวายในเมืองหลวง เริ่มเดินทางเข้ามาวุ่นวายอยู่ในชีวิตประจำวัน การสร้างพื้นที่ความสุขแห่งใหม่ของจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ด้วยเป้าหมายว่า “ อยากใช้ชีวิต ไม่ใช่ให้ชีวิตมาใช้เรา” การมองหาหลุมหลบภัยแห่งใหม่ที่มีพร้อมทั้งแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัย ภายใต้ชื่อ “ เกษตรสุข ณ.ทุ่งเขาเขียว ” ได้เริ่มต้นขึ้น

เกษตรสุข ณ. ทุ่งเขาเขียว

การโยกย้ายของ คุณแอน พรมศักดิ์ จากบางเขนสู่เขาเขียวในครั้งนี้ ไม่ได้เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของคุณแอนไป ยังคงทำทุกอย่างเหมือนเดิมทุกวัน ตื่นเช้า ตรวจแปลง รดน้ำ แดดร่มเก็บผลผลิตไปขาย และยังเปิดคอร์สสอนปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ ยังเป็นคุณครูพี่แอน ที่ เกษตรสุข ณ. ทุ่งเขาเขียว ของลูกศิษย์เหมือนเช่นเคย จากพื้นที่เล็ก ๆ ในตอนนั้น สู่หลุมหลบภัยที่ขยายอาณาเขตกินพื้นที่กว่า 20 ไร่ โดยมีคุณแอนทำทุกหน้าที่อย่างแข็งขันเช่นเดิม ทั้งแปลงปลูกผักสลัดกว่า 50 แปลง ปลูกมะเขือเทศ ทำสวนฝรั่ง ทำโรงผสมดินอินทรีย์พร้อมปลูกจำหน่าย ความครบครันทั้งหมดนี้จึงทำให้หลุมหลบภัยกลายเป็นแหล่งอาหารที่ปลอดภัยไปในตัว

แรงบันดาลใจในการย้ายออกนอกกรุงเทพฯ คือการกลับมาฟังเสียงตัวเอง ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว คุณครูพี่แอน เกษตรสุข ณ.ทุ่งบางเขน เป็นชื่อที่ใคร ๆ ต่างรู้จักในฐานะคุณครูของการทำเกษตรในเมือง แต่อยู่ ๆ ทุ่งบางเขนที่พ่วงท้ายชื่อ ถูกเปลี่ยน เป็นทุ่งเขาเขียว

“ ตอนที่อยู่กรุงเทพฯพื้นที่มันเล็กมากแค่ 3 งานกว่า ๆ เราเริ่มอยากปลูกอะไรที่หลากหลายมากขึ้น บวกกับเราเปิดเป็นสาธารณะ เลิกงานแล้วก็ไม่ได้พักจริง ๆ ทั้งเสียงรถ เสียงเครื่องบิน แต่กับที่นี่พอมืดก็เงียบแบบเงียบเลย พอเลิกงานแล้วก็ได้อยู่กับตัวเอง ได้พักผ่อนเต็มที่ แต่ก็เหนื่อยมากขึ้นด้วยเพราะพื้นที่กว้างขึ้น มีงานในสวนให้ทำตลอดตั้งแต่ตื่น แต่เป็นความเหนื่อยที่สนุกขึ้น ความสุขก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ”

ถึงแม้ว่างานในสวนจะไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน แต่ต้องใช้ทั้งแรงกาย แรงใจ ร่วมกันอย่างต่อเนื่องเริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ คุณแอนออกเดินตรวจแปลงเองทุกแปลง แมลง วัชพืช ความเติบโตในทุก ๆ เซนติเมตรของพืชผัก ผ่านสายตาและสองมือของคุณแอนทุกวัน

“ การทำเกษตรอินทรีย์ไม่ใช่เรื่องง่ายนะ ตอนแรกเราทำเพราะอยากมีความสุขสงบในชีวิต หาเส้นทางที่จะได้อยู่กับธรรมชาติจนมาเจอทางนี้ จากพื้นที่เล็ก ๆ ก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น ปริมาณความสุขมันก็กว้างขึ้นตามไปด้วย พอยิ่งทำก็รู้เลยว่าเป้าหมายไม่ใช่อะไรยิ่งใหญ่ แต่ทำเพราะอยากใช้ชีวิต ไม่ใช่ให้ชีวิตใช้เรา การทำเกษตรต้องมี 3 ใจ คือ ‘ใจรัก ใจสู้ และใจดีกับตัวเอง’ ทุกวันมันจะมีเรื่องให้เราใจสู้หรือใจฝ่ออยู่เสมอ แต่เราต้องไม่เลิกทำ ฝันของเราเราต้องทำมันเอง จะบอกว่าพี่ทำมันเองทั้งหมดนั้นก็ไม่ถูก และอาจไม่ได้เป็นเกษตรสุข ณ.ทุ่งเขาเขียวได้อย่างทุกวันนี้ แต่ก็ได้พี่ตี๋ (สามี) นี่แหละที่คอยช่วย ทำกันในครอบครัวแบบครอบครัวจริง ๆ เอาลูกสาวมาคอยช่วยดูสิ่งที่เราไม่ถนัดในโซเชียล ให้น้องชาย น้องสะใภ้มาช่วยทำอาหารพร้อมทาน ให้เราเอาไปขาย รวมถึงอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนของพี่เวลาพี่มีสอน นอกจากตัวพี่แล้วเราก็แบ่งรายได้ให้คนอื่น ๆ ได้ด้วยเหมือนกัน ”

เกษตรสุข ณ. ทุ่งเขาเขียว

ซึ่งการย้ายมาที่เขาเขียวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากนัก การนับหนึ่งในที่ใหม่ครั้งนี้ คุณแอนหอบเอาความรู้ค่อย ๆ หว่านลงดิน ค่อย ๆ แก้ปัญหาด้วยวิธีการธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติได้กลับมาพร้อมใช้ จนได้มาซึ่งหลุมหลบภัยที่เป็นแหล่งอาหารที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง “ ตอนแรกที่ดินตรงนี้เป็นไร่มันสำปะหลังมาก่อน ปล่อยเช่าเพื่อทำเกษตรปลูกมันสำปะหลังต่อ ๆ กันมาจนดินจืด เป็นดินทราย เราก็มาเริ่มนับหนึ่งโดยเริ่มจากการปรับแก้เรื่องดินก่อน เพราะถ้าดินดีผลผลิตของเราก็จะดีตามไปด้วย โดยพี่ทำการเกษตรแบบฟื้นฟู เพราะฉะนั้นมันต้องใช้เวลา เราไปเร่งให้ดินดีขึ้นวันนี้พรุ่งนี้ไม่ได้เลย ”

“การทำเกษตรต้องใช้เวลาในการรอคอยอย่างน้อย 3 ปี ถึงจะเริ่มเห็นผล พี่ทำเกษตรอินทรีย์เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องมาจากธรรมชาติ และลงมือทำเองทั้งหมดตั้งแต่รากฐานนั้นก็คือ “ดิน” พี่แอนหมักดินเองใช้เวลา 2 เดือนกว่าจะได้ หมักปุ๋ยเอง น้ำหมักชีวภาพก็ทำเอง ดินที่ได้ก็เอามาใช้เองในสวน แล้วก็ทำออกจำหน่ายด้วย ที่ผักของพี่อร่อยไม่เหมือนที่อื่น เพราะมันมีชีวิตตั้งแต่ดินแล้ว ”

ดินพร้อมปลูก อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่คู่กับรถทุกครั้งที่ต้องนำของไปส่ง ไม่ว่าปลายทางที่ไหน ก็ต้องมีดินพร้อมปลูกจากเกษตรสุขติดรถไปด้วยเสมอ คุณแอนยังบอกจุดสังเกตดินที่ดีเอาไว้ด้วยว่า ต้องเป็นสีเข้ม จับแล้วไม่แห้งเป็นผง และให้ลองดมกลิ่น ดินที่ดีจะมีกลิ่นเหมือนฝนที่เพิ่งตกใหม่ ๆ

“ นอกจากผักสลัด มะเขือเทศ ที่ท้ายสวนยังมีต้นฝรั่งที่ปลูกไว้เกือบ 100 ต้น ตรงนั้นงานหนักพอถึงเวลาใส่ปุ๋ยก็ต้องขนขึ้นกระบะไป ปุ๋ยหมัก 1 กระสอบ ใส่ต้นฝรั่งได้แค่ 2 ต้น คิดดูซิว่าต้องขนไปทั้งหมดเท่าไหร่ ต้องขับกี่รอบถึงจะใส่หมดทุกต้น ” อุปสรรคไม่ใช่แค่น้ำหนักของปุ๋ย แต่ยังมีพื้นดินที่ไม่ได้ราบเรียบตลอดทั้งทาง มีหลุม มีบ่อ ทางชัน ทางเรียบ ถ้าให้เปรียบการเดินทางไปใส่ปุ๋ยต้นฝรั่งก็คงไม่ต่างจากเส้นทางความสำเร็จของคุณแอนเลย

นอกจากกิจวัตรประจำฟาร์มในฐานะเกษตรกร คุณแอนยังพ่วงตำแหน่งไรเดอร์นำผลผลิตที่สดใหม่จากสวนส่งถึงมือผู้บริโภคทั้งในพื้นที่ใกล้เคียง และกรุงเทพฯด้วยตัวเอง “ เพราะการที่คนปลูกได้ออกไปขายเอง คนซื้อได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดว่าสิ่งที่เขากินเข้าไป มันเติบโตมาอย่างไร มีวิธีและขั้นตอนอย่างไรบ้าง ตอนแรกเขาอาจจะไม่สนใจ แต่พอรู้เรื่องราวแล้วก็อยากลองเอาไปชิม เราเองก็ได้ประโยชน์ด้วย จากการออกไปคุย ออกไปเจอ เขามีปัญหาอะไรอยู่ เราก็ช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด ปกติพี่จะเข้ากรุงเทพฯเดือนละครั้ง และใช้รถเยอะมากเพราะต้องส่งของตามออเดอร์ ทั้งดินพร้อมปลูก ผักสลัดอินทรีย์ ต้นกล้า ไปทีก็สามถึงสี่ที่ ของเต็มกระบะทุกครั้ง ไปทั้งทีก็เอาให้คุ้ม ขากลับก็ซื้อของขนกลับมาที่สวนอีก ไปทั้งที่ก็ต้องไปให้คุ้ม ”

ต้นทุนจริง ๆ ของเกษตรกร ไม่ใช่แค่เมล็ดพันธุ์ แต่คือเวลากับแรงงานถึงแม้จะจบจากงานในสวน แต่ยังมีอีกหลายหน้าที่ที่ต้องทำต่ออีก นอกจากขนของไปส่งให้ลูกค้าที่กรุงเทพฯ คุณแอนยังมีตลาดเล็ก ๆ ที่บอกกับเราว่าเป็นตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด นั่นคือตลาดเช้า – เย็น ที่ขอบอ่างเก็บน้ำบางพระ ตรงนั้นจะมีคนมาวิ่งออกกำลังกายกัน พอลงมาจากเขาก็ซื้อของกินกลับไป คุณแอนเอาทั้งผักสลัด สลัดกล่องแบบพร้อมทาน ดินพร้อมปลูก และอาหารกล่องพร้อมทานที่ทำจากผักสลัดในฟาร์มไปจำหน่ายเหมือนเช่นเคย

แต่แตกต่างตรงที่ครั้งนี้เราให้คุณแอนทดลองขับ ISUZU D-Max Spark Flat Deck 2.2 Ddi MAXFORCE และให้ทดลองการตั้งร้านขายบนรถปิกอัพที่มาพร้อมกระบะพื้นเรียบ ( Flat Deck ) รถปิกอัพกับเกษตรกร เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันอย่างแยกไม่ออก เพราะเป็นทั้งพาหนะ เป็นตัวช่วย และเป็นเครื่องทุ่นแรง การมีตัวช่วยที่ตอบโจทย์งานจริง อย่าง ISUZU D-Max Spark Flat Deck 2.2 Ddi MAXFORCE รถปิกอัพกระบะพื้นเรียบ เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญสำหรับเกษตรกรให้ทำงานง่ายขึ้น เดินต่อไปได้ไกลขึ้นอีกด้วย

ความรู้สึกหลังจากได้ทดลองขับ และได้ลองตั้งร้านรูปแบบใหม่บน ISUZU D-Max Spark Flat Deck คุณแอนเล่าให้ฟังว่า “ชอบตรงที่ฝาท้ายเปิดได้ 3 ทาง แล้วก็เรียบ ไม่ติดซุ้มล้อ ตอบโจทย์การขนของมาก และครั้งนี้ได้ใช้เป็นร้านค้าแบบเคลื่อนที่ได้สบาย จอดตรงไหนก็สามารถตั้งร้านขายของได้ทันที ไม่ต้องขนโต๊ะเพื่อตั้งร้านเหมือนเมื่อก่อน และช่วยให้ขายของได้อย่างไม่มีสะดุด เพิ่มพื้นที่โชว์สินค้าได้รอบทิศ สามารถจัดวางพื้นที่ขายของบนรถได้แบบเต็มที่ กับหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 8 นิ้ว แบบ Wireless เชื่อม Apple CarPlay และ Android Auto ดูแผนที่ได้สบาย ไม่ต้องละสายตาจากเส้นทาง “

เกษตรสุข ณ. ทุ่งเขาเขียว

คุณแอนทิ้งท้ายไว้ว่า “ การที่เรามีความฝัน มีเป้าหมาย เราต้องทำทุกทางให้ถึงเป้าหมาย นอกจากนี้ต้องมีใจรัก ใจสู้ และใจรักในตัวเอง แน่นอนว่าระหว่างทางมีปัญหาพร้อมเข้ามาทำให้เราใจฝ่อได้ทุกเมื่อ ขอให้พร้อมสู้ทุกปัญหา รู้จังหวะหลบ จังหวะเร่ง อย่าลืมเติมพลังให้ตัวเองทำตามฝันให้เป็นจริงด้วย แต่ที่สำคัญคือเราต้องไม่เลิกทำ ความฝันของเราเราต้องทำมันเอง ”

ดูรายละเอียดรถ